Welcome To Freedom Life

ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตอิสระ...มาพร้อมกับสาระดีๆและความบันเทิง


วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ชีวิตอิสระ....ที่แท้จริง



                                             อิสรภาพของชีวิตที่แท้จริงนั้นมิได้อยู่ที่การไม่มีอะไรเลย
                                     หากเกิดขึ้นได้เมื่อจิตใจไม่พึ่งพา และยึดติดความสุขจากสิ่งเสพ
                                     และเทคโนโลยีทั้งปวง เพราะรู้ว่ามันไม่จีรังยั่งยืน  ต้องแลกกับ
                                    ภาระที่ทำให้เป็นทุกข์ และไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาได้อย่างแท้จริง
                                    อิสรภาพของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถเข้าถึงความสุขอันประณีต
                                    จากภายในจนแลเห็นว่าความสุขจากวัตถุสิ่งเสพนั้นทั้งหยาบและเข้มข้น
                                    ระคนด้วยทุกข์ยิ่งสามารถประจักษ์ถึงสัจธรรม จากการเพ่งพินิจภายใน
                                    จนแลเห็นว่าความยึดติดถือมั่นในตัวตนเป็นรากเหง้าแห่งพันธนาการ
                                    และทุกข์ทั้งปวงการเป็นอิสระจากความยึดติดถือมั่นในตัวตนจึงจะเกิดขึ้นได้
                                    และนั่นคือการบรรลุถึงชีวิตอิสระอย่างสมบูรณ์

เพลง only you By หนูนา

มองได้แต่อย่าชอบ By ลุลา

เรียนคณะอะไรดี [เก็บเอาไว้สอนตัวเองและลูก]

บางตอนจากหนังสือ "คิดต่าง สร้างใหม่" เป็นการพูดคุยกันระหว่างพ่อกับลูก
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิต คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 
ซึ่งมันก็มาพร้อมกับการสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ในช่วงที่ใกล้จะสมัครสอบ
ผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าจะลงคณะไหน เรียนอะไร เย็นวันหนึ่งจึงเดินเข้าไปคุยกับพ่อ
ธรรม : พ่อครับ! ผมจะเลือกเรียนคณะไหนดี ให้มันจบออกมาแล้วมีงานที่ดีทำ
พ่อ : สิ่งที่ลูกจะเรียนนะ พ่อเลือกไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว 
ธรรม : อะไรเหรอพ่อ 
พ่อ : สิ่งที่พ่อจะให้ธรรมเรียนก็คือสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ในใจธรรมนั่นแหละ 
ชอบอะไรก็เรียนอันนั้นไปเลยเพราะสิ่งที่ลูกชอบกับสิ่งที่ลูกเรียนมันจะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต
ดังนั้นลูกคือคนตัดสินใจ พ่อว่านะ! จะเรียนอะไรก็ตามแต่ 
ไม่ต้องไปห่วงหรอกว่าจบมาแล้วจะมีงานแบบไหนให้เราทำ 
เพราะว่ามัน “ไม่มีงานใดหรอกที่ต่ำ ถ้าเราทำด้วยใจที่สูง” 
ธรรม : ครับพ่อ! แต่แม่หรือญาติๆก็อยากให้ผมเรียนหมอกันทั้งนั้น ก็มันมีทั้งเงิน มีทั้งเกียรติ
สังคมไทยก็ยอมรับว่าเป็น อาชีพอันดับหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ได้อยากเป็นเท่าไหร่หรอก เอาไงดีพ่อ! 
พ่อ : งั้นพ่อขอถามอะไรเราซักข้อนะ ธรรมคิดว่าอะไรที่มันสำคัญที่สุดในโลกนี้ 
อากาศ, น้ำ, ดิน, มนุษย์, สัตว์ หรือธรรมคิดว่าอะไร 
ธรรม : เอ่อ! อืม! ไม่รู้ซิพ่อ 
พ่อ : น้ำหยดเล็กๆมันทำให้เกิดผืนป่า ป่าย่อยๆมันช่วยฟอกอากาศให้สดชื่น 
อากาศเพียงน้อยนิดทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตมนุษย์พักพิงอยู่บนผืนแผ่นดิน
หรือแม้แต่จุลินทรีย์ที่ดูไร้ค่ามันยังช่วยย่อยสลายสิ่งต่างๆให้เกิดสมดุล 
พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันหรอกนะว่าสิ่งไหนมันสำคัญที่สุดในโลก 
รู้แต่ว่าถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกใบนี้มันก็จะไม่เป็นโลกอีกต่อไป
แล้วมันจะมีอาชีพไหนไหมละลูกที่ดีที่สุดหรือสำคัญที่สุด 
มันอยู่ที่ตัวเราจะมองจะตัดสินใจต่างหาก 
อย่าตัดสินใจอะไรเพียงเพราะบรรทัดฐานของสังคมจนเกินไป 
ธรรม : เข้าใจแล้วครับพ่อ 
พ่อ : สิ่งที่ลูกต้องเรียนก็เรียนตามหัวใจตัวเองนั่นแหละ 
ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจบออกมาแล้วจะมาทำอะไร 
เพราะไม่ว่าจะทำอะไรขอแค่ทำให้มันสุดๆ 
เพราะมันจะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เวลาที่เราบอกใครไปว่า 
“เราเก่งในสิ่งที่เราเป็น” 
แม้ว่าหน้าที่นั้นมันจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยต้อยต่ำเพียงใดก็ตาม 
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อ อยากจะบอกลูกมากคือ 
อย่าไปดูถูกใครหรือดูถูกอาชีพใดๆ
เพียงเพราะเราคิดว่าเขา “โง่” หรือ “ต้อยต่ำ” 
ในโลกนี้ไม่เคยมีคนโง่ ทุกคนล้วนแต่เป็นคน “อัจฉริยะ” เพราะ
“ถ้าเราไปตัดสินปลาโดยใช้ความสามารถในการปีนต้นไม้ ทั้งชีวิตมันก็จะคิดว่ามันโง่” 
ธรรม : ขอบคุณครับพ่อ 
วันนั้นหลังจากที่ผมคุยกับพ่อเสร็จ ผมก็ตัดสินใจได้ว่า
สิ่งที่ผมต้องการจะเรียนในมหาวิทยาลัยคือสิ่งใด
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มันก็คือ 
“ใจเราเป็นเช่นไร โลกเราก็จะเป็นเช่นนั้น 
ถ้าใจเราแคบโลกของเรามันก็แคบ ถ้าใจเรากว้างโลกของเรามันก็กว้าง 
และถ้าใจเราสว่างต่อให้โลกมืดซักแค่ไหนก็จะยังคงเห็นทางไปเสมอ” 
อย่าไปดูถูกใคร อย่าไปดูถูกอาชีพใด 
เพราะถ้าขาดใครไป โลกนี้มันก็คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป 
ในโลกนี้ไม่เคยมีคนที่ "ไร้ค่า" 
มีเพียงแค่คนที่ "เห็น" หรือ "ไม่เห็น" คุณค่าในตนเอง 
"ดินหนึ่งก้อนอาจมีค่ามากกว่าทองหนึ่งก้อน 
เพราะอย่างน้อยต้นไม้ก็ไม่สามารถงอกเงยได้บนก้อนทอง"


ปริศนาการนอนหลับ


                    30 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งวันหรือราว 8 ชั่วโมงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับพักผ่อน ช่วงเวลาดังกล่าวระบบชีวเคมีในร่างกายจะฟื้นฟูตัวให้เรามีสภาพพร้อมรับมือกับการดำเนินชีวิตวันต่อไป แต่ใช่ว่าเวลานอน 8 ชั่วโมงของทุกคนจะให้ผลเท่ากันหมด เพราะบางคนหลับไม่สนิทเนื่องจากฝัน ในขณะที่อีกหลายคนหลับไม่เต็มที่เพราะนอนกรน
          การนอนหลับในอุดมคติ คือ สามารถหลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว หลับลึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แต่วามจริงมีน้อยคนที่จะโชคดีแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่มีอัตราการตื่นเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อคืน
การนอนหลับของคนเรานั้นมี 2 ช่วง คือ ช่วงหลับธรรมดา (Non-rapid Eye Movement Sleep : NREM) ซึ่งแบ่งย่อยได้ถึง 4 ระยะ และช่วงหลับผัน (Rapid Eye Movement Sleep : REM) รายละเอียดแต่ละช่วงมีดังนี้ค่ะ
ช่วงหลับธรรมดา
ระยะที่ 1 หรือระยะหลับตื้น เป็นระยะที่ยังหลับไม่สนิท ครึ่งหลับครึ่งตื่น
ระยะที่ 2 เป็นระยะหลับจริง มักเกิดขึ้นภายใน 10 นาทีของการหลับตื้น ช่วงนี้อุณหภูมิร่างกายจะลดลง อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
ระยะที่ 3 และ 4 เป็นระยะหลับลึก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สภาพทั่วไปขณะหลับจะมีแรงดันเลือดลดลง หายใจช้าลง รวมทั้งกล้ามเนื้อทำงานน้อยลงด้วย ผู้ที่หลับในระยะนี้มักจะตื่นยาก
ช่วงหลับฝัน
การนอนหลับในระยะนี้ จัดเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายยังคงฟื้นฟูตัวเองต่อเนื่องจากช่วงที่แล้ว และเป็นระยะที่เราจะเกิดความฝัน สภาพทั่วไปขณะนี้จะมีการหายใจค่อนข้างไม่สม่ำเสมอ
การนอนหลับจะเป็นไปตามจังหวะสลับกันไปมา 4 รอบ ระหว่างหลับตื้นและหลับลึก กินเวลาเฉลี่ยรอบละราว 90 – 110 โดยแบ่งเป็นหลับตื้น 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับลึกอีก 25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงหลับธรรมดากับหลับฝันนั้นจะสลับกันไปมาตลอดคืนเช่นกัน โดยคิดเป็นหลับธรรมดา 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับฝันเพียง 25 เปอร์เซ็นต์

คือเธอ By MickeyMook

เพลง ที่รัก : ปราโมทย์ ปาทาน

แสงออร่าในตัวคุณ


      ภายในร่างกายของมนุษย์ จะมีแสงออร่า (Aura) เปล่งออกมาตามอารมณ์ และลักษณะนิสัย อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งตาของมนุษย์จะมองไม่เห็น แต่มีวิธีที่จะคำนวณหาสีพื้นฐาน ของแสงออร่าของแต่ละคนได้ ดังนี้…
              นำวันที่เกิด ไปบวกกับเดือนเกิด บวกกับปี ค.ศ. ที่เกิด ได้ผลลัพธ์เท่าไร ให้นำผลตัวเลขนั้นมาบวกกันเองอีก และบวกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เศษตามคำทำนายดังนี้…
                  ตัวอย่าง เช่น เกิดวันที่ 20 สิงหาคม 2530 (ค.ศ. 1987)
                                   = 20+8+1987 = 2015
                              2+0+1+5 = 8 ผลลัพธ์คือ เลข 8
  เลข 1   สีแดง       ชอบเป็นผู้นำ มองโลกในแง่ดี  ชอบหลงตัวเอง
  เลข 2   สีแสด       เข้ากับคนได้ง่าย   ขี้เกียจ
  เลข 3   สีเหลือง     มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด  ขี้อาย โกหกเก่ง
  เลข 4   สีเขียว       ชอบการรักษาโรค ชอบสิ่งท้าทายความสามารถ มีเมตตาไม่ค่อยยอมรับ   ความคิดเห็นของคนอื่น (ดื้อ)
  เลข 5   สีน้ำเงิน     เป็นคนเก่งรอบด้าน หน้าตาอ่อนกว่าวัย ไม่ค่อยแก่ (แก่ช้า) ขี้เบื่อ จับจด ทำอะไรไม่ค่อยจริงจัง
  เลข 6   สีคราม      ชอบช่วยเหลือผู้อื่นปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็น
  เลข 7   สีม่วง        เป็นคนสมถะ สนใจสิ่งลี้ลับ มีญาณหยั่งรู้ เป็นคนเก็บความรู้สึก เข้ากับคนยาก
  เลข 8   สีชมพู       ประสบความสำเร็จด้านการเงิน มีเมตตาเป็นคนชอบเก็บตัว ไม่ชอบ  สังคม
  เลข 9   สีทองเหลือง เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักถูกเอาเปรียบบ่อยๆ
  เลข 10 สีเงิน         เป็นนักอุดมคติ ซื่อตรงขี้เกียจ ชอบคิดมากกว่าทำ
  เลข 11 สีทองคำ     ความสามารถไม่มีขอบเขตจำกัดชอบตำหนิตัวเอง ท้อแท้ง่าย...


http://writer.dek-d.com/pdsss/story/viewlongc.php?id=16544&chapter=20

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

เพลงเพราะ ๆ ความหมายดีๆ ครับ

สบาย

นิยาม ความรัก... : กลอนเบาๆ


รัก.........  รู้ด้วยธรรมชาติของหัวใจ

รักแท้.....  รู้ด้วยแค่ใฝ่ศึกษาหาความรู้ จนมีสติปัญญา

รักจริง.....  รู้ด้วยอิงสถานการณ์และวันเวลา

รักมายา.... รู้ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมอาการบาดเจ็บ ฯ

เพลง..ม่วนๆ

เพลง สบาย สบาย

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แบบทดสอบทางจิตวิทยา เกมทายใจ ^^

ที่สุดของคำว่ารัก




         รัก\" ( วิเศษ) หรือ บางที ก็คำ(เศร้า)สร้อย คนเราชอบพูดคำนี้พร่ำเพรื่อ 
เพราะเห็นว่าพูดฟรี ไม่ต้องจ่ายตังเหมือน DTAC  GSM. 
ชายสามคนตายไปเจอกันระหว่างทางไป แดนสุขาวดี..... 
คนแรกบอกว่า เขารู้จักความรักดี เขาเป็นนักเขียนและพระเอก นิยายรัก ที่มีชื่อ 
ชายคนต่อมาบอกว่า ความรักกะเขาเป็นสิ่งคู่กัน เขามีประสบการณ์รักหลายรูปแบบ 
ชายคนสุดท้ายบอกว่า เขารู้จักความรักเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 
.....มันเกิดกับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เขาจับมือ ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน จนกระทั่งเมื่อวาน ที่เขาสิ้นลม 
....................................ณ แดนยมบาล............. 
พญายม ให้ชายทั้งสามเลือกนิยามของ ที่สุด ของคำว่ารัก. 
ใครเลือกถูก เขาจะไม่ตายอีกเลยตลอดชีวิต 
1.การได้รักคนๆหนึ่ง และเป็นรักที่พร้อมจะเคียงของ ทำทุกอย่างเพื่อเขา เป็นที่สุดของรัก 
2.การได้ซื่อสัตย์มั่นคง จริงใจต่อใครคนหนึ่งตั้งแต่เจอกันจนจากไป เป็นที่สุดของรัก 
3.การได้เสียสละเพื่อความรักเพื่อคนที่เรารัก ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เป็นที่สุดของรัก 
คุณเลือก......ข้อไหนเพราะอะไร 
เฉลย นะ 
เลือกข้อหนึ่ง.....คุณนะเป็นคนที่ชอบให้ความรักอยู่กับตน ชอบอยู่ใกล้คนที่คุณรัก เหมือน ชายคนที่สาม เป็นคนที่ถ้าชอบใครจะทำอะไรเป็นรูปธรรมให้เขามากกว่า จะมาพร่ำคำหวาน... 
ความรักนี้เอง ที่จะชักพาให้คุณกลายเป็นคนละคน 
เลือกข้อสอง.....คุณเชื่อว่า คุณธรรมเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะรักใครสักคน 
และเมื่อคุณรักใครสักคนด้วยความจริงใจ ความรักนั้นจะอยู่กับคุณตลอดไป 
ไม่มีวันตายคุณเหมือนชายคนที่สอง แต่เมื่อคุณต้องผิดหวังจากรักที่ไม่จริงใจ คุณจะแทบบ้าทีเดียว 
เลือกข้อสาม.......ความหมายของรักคุณ คือ การให้ คุณมีทฤษฎีจัดเจนในความรักมาก ทั้งๆที่การเสียสละ เป็นความดีที่เจ็บปวด แต่ถ้าหากคุณเลือกจะทำแล้ว คุณจะเหมือน ชายคนแรก ที่มี ความรู้ในความรัก แต่ไม่เคยได้เจอ รักแท้จริงๆสักที 
ส่วนที่สุดของ คำว่ารักนั้น ตั้งแต่คำนี้ถูกนิยามมา ยังไม่เคยมีใครได้เจอ.... 


ชอบที่เธอยิ้มมา เต้ย ^__^

อาหารกับสุขภาพ

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี




      ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก
1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
   ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2551 11:11 น. http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9510000079603

นิสัยต้องห้ามสำหรับสาวรักสวย



ชอบขมวดคิ้วและชักสีหน้า :  เป็นสาเหตุสำคัญของรอยเหี่ยวย่นเลยนะ ถ้าตอนยังเป็นวัยรุ่นทำนะ คงไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้คุณถึงวัยปลายยี่สิบ หรือย่างเข้าเลยสามแล้วล่ะก็ ลองไปยืนชักสีหน้า หรือขมวดคิ้วหน้ากระจกดูสิ แล้วจะตกใจ

เลียปาก : นอกจากจะเป็นบุคลิกที่ดูจะไม่ค่อยงามแล้ว มันยังทำให้ปากเราแห้งด้วย เพราะหลังจากน้ำลายแห้งแล้ว มันจะดูดความชื้นจากริมฝีปาก ลิปมันที่ทาเพื่อปกป้องความชุ่มชื้นและแสงแดด ก็จะหมดไปแล้วน้ำลายยังไปสร้างสารบางอย่างที่ช่วยดูดแสงแดดเข้าไปมากขึ้นอีกล่ะค่ะ

ขยี้ตา : ก็ผิวรอบดวงตานะบอบบางมาก การขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำให้ริ้วรอยก่อตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าขวดเดียว : ก็ขวดเดียวมันจะไปพออะไรล่ะคะ ยิ่งถ้าวัน ๆ ต้องเจอมลพิษนานารูปแบบ อีกทั้งกลางวันกลางคืน ก็มีความแตกต่างกัน อย่างน้อยครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ไม่ควรจะใช้ขวดเดียวกันแล้วล่ะค่ะ

กัดเล็บ และปล่อยมือแห้ง : การกัดเล็บเนี่ย นอกจากจะบ่งบอก บุคลิกภาพที่ไม่มีความมั่นใจแล้ว ยังสกปรก และทำให้เล็บอ่อนแอด้วย เล็บก็จะกุด ๆ ไม่สวย ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ มือนะ เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นกันได้ง่าย แล้ในแต่ละวันนะ เราก็โชว์มือบ่อยซะด้วย และใครที่มัวแต่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าจนลืมผิวมือนะ ก็ช่วยให้เวลากับมือสักหน่อยนะคะ เพราะถ้าหน้าเด้งแต่มือเหี่ยวน่ะ มันก็ดูเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จน่ะแหละ

แปรงผมตอนที่ผมเปียก : ถือว่าเป็นการทำร้ายผมอย่างรุนแรงเลยเชียวหละ ใครที่ชอบทำแบบนี้ ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า ผมแห้งน่ะเปราะบางกว่าผมเปียกตั้ง 30% เลยนะ

ห่อไหล่ : การห่อไหล่ด้วยการนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทั้งวี่ทั้งวัน กล้ามเนื้อไหล่และคอจะเกร็งและตึงเครียด ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังตามมาก็ได้นะ

บีบสิว : สาว ๆ หลาย ๆ คนเห็นเป็นทนไม่ได้ มันกวนใจจริง ๆ ใครต่อใครก็บอกกันมา อย่าบีบนะ แต่มือมันก็ช่างไม่ฟังเอาเสียเลย ใครมีปัญหานี้ ต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงก่อนว่า ถ้าคุณไปบีบมัน อายุของมันจะยืดยาวอยู่บนหน้าของคุณนานยิ่งขึ้นไปอีก และอาจจะทำให้เป็นแผลเป็นเลยก็ได้ ทางที่ดีเราต้องยับยั้งชั่งใจดีกว่านะ