Welcome To Freedom Life
ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตอิสระ...มาพร้อมกับสาระดีๆและความบันเทิง
วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
เรียนคณะอะไรดี [เก็บเอาไว้สอนตัวเองและลูก]
บางตอนจากหนังสือ "คิดต่าง สร้างใหม่" เป็นการพูดคุยกันระหว่างพ่อกับลูก
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิต คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิต คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ซึ่งมันก็มาพร้อมกับการสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ในช่วงที่ใกล้จะสมัครสอบ
ผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าจะลงคณะไหน เรียนอะไร เย็นวันหนึ่งจึงเดินเข้าไปคุยกับพ่อ
ผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าจะลงคณะไหน เรียนอะไร เย็นวันหนึ่งจึงเดินเข้าไปคุยกับพ่อ
ธรรม : พ่อครับ! ผมจะเลือกเรียนคณะไหนดี ให้มันจบออกมาแล้วมีงานที่ดีทำ
พ่อ : สิ่งที่ลูกจะเรียนนะ พ่อเลือกไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว
ธรรม : อะไรเหรอพ่อ
พ่อ : สิ่งที่พ่อจะให้ธรรมเรียนก็คือสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ในใจธรรมนั่นแหละ
ชอบอะไรก็เรียนอันนั้นไปเลยเพราะสิ่งที่ลูกชอบกับสิ่งที่ลูกเรียนมันจะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต
ดังนั้นลูกคือคนตัดสินใจ พ่อว่านะ! จะเรียนอะไรก็ตามแต่
ไม่ต้องไปห่วงหรอกว่าจบมาแล้วจะมีงานแบบไหนให้เราทำ
เพราะว่ามัน “ไม่มีงานใดหรอกที่ต่ำ ถ้าเราทำด้วยใจที่สูง”
ธรรม : ครับพ่อ! แต่แม่หรือญาติๆก็อยากให้ผมเรียนหมอกันทั้งนั้น ก็มันมีทั้งเงิน มีทั้งเกียรติ
สังคมไทยก็ยอมรับว่าเป็น อาชีพอันดับหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ได้อยากเป็นเท่าไหร่หรอก เอาไงดีพ่อ!
พ่อ : งั้นพ่อขอถามอะไรเราซักข้อนะ ธรรมคิดว่าอะไรที่มันสำคัญที่สุดในโลกนี้
อากาศ, น้ำ, ดิน, มนุษย์, สัตว์ หรือธรรมคิดว่าอะไร
ธรรม : เอ่อ! อืม! ไม่รู้ซิพ่อ
พ่อ : น้ำหยดเล็กๆมันทำให้เกิดผืนป่า ป่าย่อยๆมันช่วยฟอกอากาศให้สดชื่น
อากาศเพียงน้อยนิดทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตมนุษย์พักพิงอยู่บนผืนแผ่นดิน
หรือแม้แต่จุลินทรีย์ที่ดูไร้ค่ามันยังช่วยย่อยสลายสิ่งต่างๆให้เกิดสมดุล
พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันหรอกนะว่าสิ่งไหนมันสำคัญที่สุดในโลก
รู้แต่ว่าถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกใบนี้มันก็จะไม่เป็นโลกอีกต่อไป
แล้วมันจะมีอาชีพไหนไหมละลูกที่ดีที่สุดหรือสำคัญที่สุด
มันอยู่ที่ตัวเราจะมองจะตัดสินใจต่างหาก
อย่าตัดสินใจอะไรเพียงเพราะบรรทัดฐานของสังคมจนเกินไป
ธรรม : เข้าใจแล้วครับพ่อ
พ่อ : สิ่งที่ลูกต้องเรียนก็เรียนตามหัวใจตัวเองนั่นแหละ
ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจบออกมาแล้วจะมาทำอะไร
เพราะไม่ว่าจะทำอะไรขอแค่ทำให้มันสุดๆ
เพราะมันจะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เวลาที่เราบอกใครไปว่า
“เราเก่งในสิ่งที่เราเป็น”
แม้ว่าหน้าที่นั้นมันจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยต้อยต่ำเพียงใดก็ตาม
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อ อยากจะบอกลูกมากคือ
อย่าไปดูถูกใครหรือดูถูกอาชีพใดๆ
เพียงเพราะเราคิดว่าเขา “โง่” หรือ “ต้อยต่ำ”
ในโลกนี้ไม่เคยมีคนโง่ ทุกคนล้วนแต่เป็นคน “อัจฉริยะ” เพราะ
“ถ้าเราไปตัดสินปลาโดยใช้ความสามารถในการปีนต้นไม้ ทั้งชีวิตมันก็จะคิดว่ามันโง่”
ธรรม : ขอบคุณครับพ่อ
วันนั้นหลังจากที่ผมคุยกับพ่อเสร็จ ผมก็ตัดสินใจได้ว่า
สิ่งที่ผมต้องการจะเรียนในมหาวิทยาลัยคือสิ่งใด
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มันก็คือ
“ใจเราเป็นเช่นไร โลกเราก็จะเป็นเช่นนั้น
ถ้าใจเราแคบโลกของเรามันก็แคบ ถ้าใจเรากว้างโลกของเรามันก็กว้าง
และถ้าใจเราสว่างต่อให้โลกมืดซักแค่ไหนก็จะยังคงเห็นทางไปเสมอ”
อย่าไปดูถูกใคร อย่าไปดูถูกอาชีพใด
เพราะถ้าขาดใครไป โลกนี้มันก็คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป
ในโลกนี้ไม่เคยมีคนที่ "ไร้ค่า"
มีเพียงแค่คนที่ "เห็น" หรือ "ไม่เห็น" คุณค่าในตนเอง
"ดินหนึ่งก้อนอาจมีค่ามากกว่าทองหนึ่งก้อน
เพราะอย่างน้อยต้นไม้ก็ไม่สามารถงอกเงยได้บนก้อนทอง"
ปริศนาการนอนหลับ
30 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งวันหรือราว 8 ชั่วโมงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับพักผ่อน ช่วงเวลาดังกล่าวระบบชีวเคมีในร่างกายจะฟื้นฟูตัวให้เรามีสภาพพร้อมรับมือกับการดำเนินชีวิตวันต่อไป แต่ใช่ว่าเวลานอน 8 ชั่วโมงของทุกคนจะให้ผลเท่ากันหมด เพราะบางคนหลับไม่สนิทเนื่องจากฝัน ในขณะที่อีกหลายคนหลับไม่เต็มที่เพราะนอนกรน
การนอนหลับในอุดมคติ คือ สามารถหลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว หลับลึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แต่วามจริงมีน้อยคนที่จะโชคดีแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่มีอัตราการตื่นเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อคืน
การนอนหลับของคนเรานั้นมี 2 ช่วง คือ ช่วงหลับธรรมดา (Non-rapid Eye Movement Sleep : NREM) ซึ่งแบ่งย่อยได้ถึง 4 ระยะ และช่วงหลับผัน (Rapid Eye Movement Sleep : REM) รายละเอียดแต่ละช่วงมีดังนี้ค่ะ
ช่วงหลับธรรมดา
ระยะที่ 1 หรือระยะหลับตื้น เป็นระยะที่ยังหลับไม่สนิท ครึ่งหลับครึ่งตื่น
ระยะที่ 2 เป็นระยะหลับจริง มักเกิดขึ้นภายใน 10 นาทีของการหลับตื้น ช่วงนี้อุณหภูมิร่างกายจะลดลง อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
ระยะที่ 3 และ 4 เป็นระยะหลับลึก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สภาพทั่วไปขณะหลับจะมีแรงดันเลือดลดลง หายใจช้าลง รวมทั้งกล้ามเนื้อทำงานน้อยลงด้วย ผู้ที่หลับในระยะนี้มักจะตื่นยาก
ช่วงหลับฝัน
การนอนหลับในระยะนี้ จัดเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายยังคงฟื้นฟูตัวเองต่อเนื่องจากช่วงที่แล้ว และเป็นระยะที่เราจะเกิดความฝัน สภาพทั่วไปขณะนี้จะมีการหายใจค่อนข้างไม่สม่ำเสมอ
การนอนหลับจะเป็นไปตามจังหวะสลับกันไปมา 4 รอบ ระหว่างหลับตื้นและหลับลึก กินเวลาเฉลี่ยรอบละราว 90 – 110 โดยแบ่งเป็นหลับตื้น 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับลึกอีก 25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงหลับธรรมดากับหลับฝันนั้นจะสลับกันไปมาตลอดคืนเช่นกัน โดยคิดเป็นหลับธรรมดา 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับฝันเพียง 25 เปอร์เซ็นต์
แสงออร่าในตัวคุณ
| ภายในร่างกายของมนุษย์ จะมีแสงออร่า (Aura) เปล่งออกมาตามอารมณ์ และลักษณะนิสัย อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งตาของมนุษย์จะมองไม่เห็น แต่มีวิธีที่จะคำนวณหาสีพื้นฐาน ของแสงออร่าของแต่ละคนได้ ดังนี้… นำวันที่เกิด ไปบวกกับเดือนเกิด บวกกับปี ค.ศ. ที่เกิด ได้ผลลัพธ์เท่าไร ให้นำผลตัวเลขนั้นมาบวกกันเองอีก และบวกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เศษตามคำทำนายดังนี้… ตัวอย่าง เช่น เกิดวันที่ 20 สิงหาคม 2530 (ค.ศ. 1987) = 20+8+1987 = 2015 2+0+1+5 = 8 ผลลัพธ์คือ เลข 8 เลข 1 สีแดง ชอบเป็นผู้นำ มองโลกในแง่ดี ชอบหลงตัวเอง เลข 2 สีแสด เข้ากับคนได้ง่าย ขี้เกียจ เลข 3 สีเหลือง มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด ขี้อาย โกหกเก่ง เลข 4 สีเขียว ชอบการรักษาโรค ชอบสิ่งท้าทายความสามารถ มีเมตตาไม่ค่อยยอมรับ ความคิดเห็นของคนอื่น (ดื้อ) เลข 5 สีน้ำเงิน เป็นคนเก่งรอบด้าน หน้าตาอ่อนกว่าวัย ไม่ค่อยแก่ (แก่ช้า) ขี้เบื่อ จับจด ทำอะไรไม่ค่อยจริงจัง เลข 6 สีคราม ชอบช่วยเหลือผู้อื่นปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็น เลข 7 สีม่วง เป็นคนสมถะ สนใจสิ่งลี้ลับ มีญาณหยั่งรู้ เป็นคนเก็บความรู้สึก เข้ากับคนยาก เลข 8 สีชมพู ประสบความสำเร็จด้านการเงิน มีเมตตาเป็นคนชอบเก็บตัว ไม่ชอบ สังคม เลข 9 สีทองเหลือง เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักถูกเอาเปรียบบ่อยๆ เลข 10 สีเงิน เป็นนักอุดมคติ ซื่อตรงขี้เกียจ ชอบคิดมากกว่าทำ เลข 11 สีทองคำ ความสามารถไม่มีขอบเขตจำกัดชอบตำหนิตัวเอง ท้อแท้ง่าย... http://writer.dek-d.com/pdsss/story/viewlongc.php?id=16544&chapter=20 |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

